วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

รีวิว คอนเสิร์ต มันใหญ่มาก 5 Big Mountain Music Festival 2013 ตอนที่ 2/2


ตอนที่แล้วผมได้แชร์ประสบการณ์ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงโบนันซ่าเขาใหญ่ จนกระทั่งจบลงด้วยดาวของ Da Endorphine เสียงเพลงดังสนั่นลั่นป่าเมื่อคืน ไม่เป็นอุปสรรค์ต่อการนอนของผมเลยให้ตายสิ เคยมีคนบอกไว้ว่า "การมา Big Mountain ต้องเผื่อแรงเอาไว้สำหรับคืนที่สอง" นี่คือคติประจำใจของผม...

รีวิว คอนเสิร์ต มันใหญ่มาก 5 Big Mountain Music Festival 2013 ตอนที่ 1/2


ตั้งแต่เล็กจนโต ก็เคยไปแต่งานบุญเบิกฟ้า งานทุ่งศรีเมือง และงานกาชาด ที่จะมีคอนเสิร์ตหลายวง เล่นติดต่อกันหลายวัน มีร้านค้า ของกิน เครื่องเล่น และวัยรุ่นตีกัน

มาถึงเมื่อปี 2553 ก็มีคอนเสิร์ต Big Mountaint Music Festival จัดขึ้นที่โบนันซ่า เขาใหญ่ แต่จนแล้วจนรอด เค้าจัดกันมา 4 ปี ไม่ได้ไปสักปี ฟังจากเพื่อนๆ ที่ไปมา บ้างก็บอกว่าสนุก บ้างก็บอกว่ามันไม่เหมาะกับวัย สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ของแบบนี้มันต้องลอง

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

รีวิว รถนอน (รถไฟนอน) ปรับอากาศ ชั้น 2 อุดรธานี-กรุงเทพ

สถานีรถไฟอุดรธานี ตั้งอยู่กลางเมืองอุดรธานีเลยครับ จากจุดนี้สามารถเดินไป สถานีขนส่ง ยูดีทาวน์ หรือห้างเซนทรัลได้อย่างสะดวก หรือไม่อยากเดินก็จะมีรถสามล้อ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างละแวกนี้ ราคาตั้งแต่ 20 - 40 บาท ไม่เกินนี้ หรือจะนั่งรถสองแถวก็สะดวก (ความเห็นส่วนตัว รถสองแถวที่อุดรธานีค่อนข้างน่ารักนะครับ ไม่บังคับให้เราเหมา เหมือนรถสองแถวบางจังหวัด แค่ถามแล้วก็ขึ้นได้อย่างสบายใจ)

วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555

10 เรื่องราวประทับใจในปี 2554

ตั้งแต่เปลี่ยน Theme ของ Blogspot ผมก็ไม่ค่อยได้กลับเข้ามาเขียน blog อีกเลย เพราะมันดูยุ่งยากไปหมด ตอนนี้เปลี่ยนกลับมาเป็นแบบเดิมแล้ว คิดว่าแบบนี้แหละ simple ชวนให้เขียนกว่าแบบใหม่นั้น เป็นไหนๆ

ก่อนที่ windowslive จะยกเลิก spaces ผมก็เขียน blog เอาไว้เยอะพอสมควร ทุกๆ ปี ผมจะบันทึกเรื่องราวที่น่าประทับใจเอาไว้ เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา แต่พอ spaces ถูกปิด ข้อความต่างๆ ที่เคยบันทึกเอาไว้ก็หายไปด้วย (เสียดายจัง) เอาเป็นว่าจะเริ่มบันทึกกันใหม่ก็แล้วกันในปีนี้ มาดูว่า 10 อันดับที่น่าประทับใจในชีวิตของผมมีอะไรบ้าง

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ทำการลดน้ำหนักให้เป็นเรื่องสนุก

2 เดือนผ่านไป กับปฏิบัติการลดน้ำหนักของผม เริ่มต้นจาก 67.5 กิโลกรัม ตอนนี้ลดลงมาเหลือ 63.9 กิโลกรัมแล้ว จากการที่ค่อยๆ ตั้งเป้าหมายไปเรื่อยๆ ว่าจะลดลงทีละนิด หรืออย่างน้อยไม่ลดก็อย่าเพิ่ม ก็ถือว่าเป็นสถิติที่น่าพอใจสำหรับคนขี้เกียจออกกำลังกายอย่างผม

วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2554

ปฎิบัติการล่าฝันกำจัดไขมัน

เมื่อปีที่แล้ว (2553) ผมมีความสุขกับการรับประทานขนมไข่แห้.... มากๆ ทุกครั้งที่ออกไปทานข้าวกลางวันกับเพื่อนครู ก็มักจะแวะซื้อขนมร้านนี้เป็นประจำ แต่แล้วสิ่งที่คาดคิดไว้ก็เกิดขึ้นกับผมจนได้ เมื่อผลการตรวจสุขภาพประจำปี บอกว่าไขมันในร่างกายของผมสูงกว่าเกณฑ์ แพทย์สั่งจ่ายยาลดไขมันให้ผม พร้อมกำชับว่า ถ้าไม่เปลี่ยนสันดานการกิน ยาที่ให้ไปก็ไม่เป็นผล

วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

พ่อของผม

ผมกับพ่อมักจะมีเรื่องเถียงกันเป็นประจำ ซึ่งพ่อก็ดูพอใจทุกครั้ง ขณะที่แม่มักจะรำคาญพฤติกรรมเถียงคำไม่ตกฟากของผม พ่อบอกเสมอว่า การเถียงกันทำให้เกิดปัญญา ทุกครั้งที่มีปากเสียงกัน เราต่างจะหาเหตุผลมาถกเถียงกัน จนอีกฝ่ายล่าถอยไปในที่สุด ซึ่งมักจะเป็นผม เพราะบางครั้งเหตุผลของพ่อก็เกินจะรับไหว 555 แต่นั่นก็เป็นความสุขของเราพ่อลูก

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

12 ปี แฮร์รี่ พอตเตอร์

2011 คือปีที่ภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ มีอายุครบ 10 ปี แต่ความผูกพันของผมและตัวละครต่างๆ ในเรื่องนี้ มีมาก่อนหน้าที่ภาพยนตร์จะถูกสร้าง 2 ปี ดังนั้นจึงขอยกให้แฮร์รี่ พอตเตอร์ไป 12 ปีก็แล้วกัน

ครั้งแรกที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ คือ ตอนสมัยเรียนปีหนึ่ง ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อนผู้หญิงต่างสาขาชื่อเจี๊ยบ เป็นคนที่นำเทรนหนังสือเล่มนี้มาสู่กลุ่มเพื่อนๆ เธอเที่ยวเล่าให้ใครต่อใครฟังว่า หนังสือเล่มนี้ มหัศจรรย์อย่างโน้นอย่างนี้ จำได้ว่าตอนนั้น แฮร์รี่ พอตเตอร์ แปลเป็นภาษาไทยมา 3 เล่ม ในตอนแรกผมก็ไม่คิดจะอ่าน เพราะโดยส่วนตัว ผมไม่นิยมวรรณกรรมแปล สักเท่าไหร่ ผมชอบอ่านหนังสือที่ประพันธ์โดยนักเขียนชาวไทยมากกว่า (ข้างหลังภาพ แม่เบี้ย บ้านทรายทอง เป็นที่โปรดปรานของผมมากๆ) แต่พักหลังๆ ทุกครั้งที่ไปเรียนที่ตึก RN ซึ่งในยุคนั้น นิสิตแทบทุกคนต้องไปเรียนวิชาอะไรสักอย่างที่นั่น ผมจะเห็นสาวๆ ถือหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์กันหนาตา และมากถึงขั้นนั่งรวมกลุ่มอ่านหนังสือเล่มนี้กันเป็นเรื่องเป็นราว

วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554

จากบ้านไปทำงาน

โชคดีของผมที่มีโอกาสได้ทำงานใกล้บ้าน คือ บ้านและที่ทำงานอยู่ห่างกันแค่ไม่ถึงสองกิโลเมตร ทำให้ผมคุ้นชินกับการใช้ชีวิตที่มีพ่อแม่พี่น้อง จนบางครั้งก็รู้สึกเบื่อหน่าย ฮ่าๆ แต่สุดท้าย บ้านกับที่ทำงานก็กลายเป็นโลกของผมไปเสียแล้ว (โลกที่เงียบเหงาจนเกินจะบรรยาย)

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หอภาพยนตร์

ผมเติบโตมาในบ้านพักครูในโรงเรียนเจริญศิลป์วิทยา (ปัจจุบันคือโรงเรียนอนุบาลเจริญศิลป์) เท่าที่จำความได้ ทุกครั้งที่มีหนังกลางแปลงมาฉาย ผมมักจะมีโอกาสได้ไปชมกับพ่อและแม่อยู่บ่อยครั้ง หนังเรื่องแรกที่ได้ชมคือเรื่อง เต่ากินผักบุ้ง ความทรงจำเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เลือนรางมาก แต่ความสุขในครั้งนั้นกลับยังคงประทับใจอยู่จนทุกวันนี้ การได้ชมหนังเรื่องต่างๆ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาฉาย ทำให้ผมเกิดความรู้สึกรักและผูกพันกับการดูหนังโดยไม่รู้ตัว

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

ลัดดาแลนด์ กับตาอัจฉริยะ (Intelligence Eye)

“เครื่องปรับอากาศทุกวันนี้ ก็มีตาอัจฉริยะเหมือนกันหมดนั่นแหละ” คำพูดของแนน ที่กล่าวประชดประชันเมื่อธีร์ ผู้เป็นพ่อของเธอ กำลังนำเสนอเครื่องปรับอากาศเครื่องใหม่ในบ้าน

วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554

ความทรงจำเดียวกัน

วันนี้ได้รับฟังเรื่องราวของพี่ที่รู้จัก ทั้งสองสร้างครอบครัวมาด้วยกัน พอผ่านวันเวลา ก็เริ่มรู้สึกว่าความรักที่มีให้กันมันหมดลงไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะพยายามยื้อช่วงเวลาดีๆ เอาไว้ แต่ดูเหมือนว่า ช่วงเวลาร้ายๆ ได้ทำร้ายกันและกันจนยากจะเยียวยา

จนวันสุดท้ายมาถึง ทั้งสองก็จำต้องจบชีวิตคู่ เพื่อออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554

สักวัน ต้องได้ดี

ตอนงานปัจฉิมนิเทศ เมื่อปี 51 ที่โรงเรียนกุดเรือคำพิทยาคาร ผมมีโอกาสได้คุยกับแม่ของนักเรียนคนหนึ่ง (จำชื่อไม่ได้แล้วว่าใคร) เขาเดินเ้ข้ามาบอกว่าขอบคุณสอนลูกเขาจนจบ ผมก็บอกว่าไม่เป็นไร มันเป็นงาน มันเป็นหน้าที่ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไม ต้องขอบคุณขนาดนั้น แม่ของเขาจึงเล่าให้ฟังว่า เป็นหม้ายสามีตาย ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวมาตลอด ตั้งแต่ ม.1 - ม.3 เด็กคนนี้ต้องเดินลัดทุ่งนามาโรงเรียน เพราะไม่มีเงินค่ารถ หน้าร้อนกับหน้าหนาว ไม่เท่าไหร่ แต่หน้าฝนเขาจะลำบากมาก ครั้งแรกที่ได้ยินผมถึงกับอึ้ง เพราะไม่คิดว่าจะมีเด็กที่ยากจนขนาดนี้อยู่ในโรงเรียน จำได้เลยว่าเด็กคนนี้เป็นเด็กร่าเริง ตั้งใจเรียนแม้จะเรียนไม่เก่ง แต่งกายสะอาด เขาไม่เคยเล่าความลำบากนี้ให้ครูฟังเลย

วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2554

จากวันแรก ถึงวันลา

อยากทบทวนความทรงจำเกี่ยว spaces ที่ลงไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 นับได้ 7 ปี ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเหมือนกัน ตอนนั้นจำได้ว่าเรียนจบมาใหม่ๆ แล้วก็เลิกกับแฟน บทความที่ลงไว้ก็จะเป็นการรำพึงรำพันเกี่ยวกับความรักที่ไม่สมหวัง ใครเลยจะคิดว่า จากวันนั้นผมกับแฟนเก่ามีจะโอกาสได้เจอกันอีกที นึกไม่ออกว่า ไปรัก ไปหลงอะไรมากมาย ฮ่าๆ (แฟนเก่าอ่านแล้วอย่าน้อยใจไปนะ) มีเพียงร่องรอยความทรงจำจางๆ ว่าครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน ...

1 เดือนที่แล้ว windows live spaces ปิดตัว

เหมือนชีวิตส่วนหนึ่งหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่รู้ว่าตอนนั้นยุ่งอะไรมากมาย ถึงไม่ได้ติดตามข่าวว่า microsoft มันจะปิดบริการ spaces ที่ผมเริ่มเขียนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เพราะงานมากมาย และมี blog ที่เป็นการเป็นงานที่ต้องทำหลายอย่าง ทำให้ไม่มีโอกาสได้มามาเขียน blog ส่วนตัว วันนี้คิดจะกลับไปอีกที มันลบไปซะแล้ว เขาแจ้งล่วงหน้า 2 เดือน ซึ่งก็ไม่รู้ไปมุดหัวอยู่ไหน ถึงไม่รู้ข่าวคราวนี้เลยให้ตาย

บันทึกช่วงชีวิตหายไปซะเกลี้ยง