วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หอภาพยนตร์

ผมเติบโตมาในบ้านพักครูในโรงเรียนเจริญศิลป์วิทยา (ปัจจุบันคือโรงเรียนอนุบาลเจริญศิลป์) เท่าที่จำความได้ ทุกครั้งที่มีหนังกลางแปลงมาฉาย ผมมักจะมีโอกาสได้ไปชมกับพ่อและแม่อยู่บ่อยครั้ง หนังเรื่องแรกที่ได้ชมคือเรื่อง เต่ากินผักบุ้ง ความทรงจำเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เลือนรางมาก แต่ความสุขในครั้งนั้นกลับยังคงประทับใจอยู่จนทุกวันนี้ การได้ชมหนังเรื่องต่างๆ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาฉาย ทำให้ผมเกิดความรู้สึกรักและผูกพันกับการดูหนังโดยไม่รู้ตัว


ผมโตมากับหนังไทยยุคฉลอง ภักดีวิจิตร พันนา ฤทธิไกร ซึ่งเป็นของฮิตของคนต่างจังหวัด โดยเฉพาะหนังของกรุ๊ปโฟว์ โปรดักชั่น บ้านผีปอบ เดอะซีรีส์ 1 – 7 (ยกเว้น 5) จะเป็นที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ ดูกี่ครั้งก็น่ากลัว ดูกี่ครั้งก็ตลก ทั้งที่เป็นมุขเดิมๆ ผมมักจะเอาไปเล่นในกลุ่มเพื่อนๆ อยู่เสมอ (จักรยานเหาะ สเก็ตบอร์ดลอยฟ้า ผมก็เคยเล่นจนเจ็บตัวมาแล้ว) ยุคนั้นหนังไทยดังสุดๆ ก่อนจะถูกเฉินหลง, หลิวเต๋อหัวและโจเหวินฟะ ยกพลบุกหนังไทยจนราบคาบ

การดูหนังของผมเปลี่ยนแปลงไปตามวัย จากหนังฮ่องกง ไปสู่หนังฮอลีวู้ด หนังยุโรป ฯลฯ ในแต่ละปีผมดูหนังเยอะมากๆ ถ้าคุณเป็นคนอ่านนิตยสารเอนเตอร์เทน คุณจะรู้ว่าทุกๆ ปี จะมีสรุปเล่มพิเศษ รวบรวมรายชื่อหนังที่เข้าฉายในประเทศไทยทุกเรื่อง และเท่าที่จำได้ มีอยู่ปีนึงที่ผมได้ดูหนังทุกเรื่องที่เข้าฉาย !
ถึงแม้จะดูหนังมากมายหลากหลายจากทั่วโลก แต่หนังไทย ก็ยังคงเป็นหนึ่งในใจของผมเสมอมา จากยุครุ่งเรืองของไฟว์สตาร์โปรดักชั่น มาสู่สหมงคลฟิล์ม หรือจีทีเอช แม้หลายคนอาจจะบ่นว่าหนังไทยห่วยแตกอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ถึงกระนั้นหนังไทย ก็ยังคงเป็นรสชาติที่คุ้นเคยและขาดไม่ได้
2 มิถุนายน 2554 หนึ่งในหลายวันที่ผมมาราชการที่กรุงเทพฯ ความบังเอิญทำให้ผมได้คุยกับพี่ตาล ซึ่งเป็นครูสังคม และที่บังเอิญไปยิ่งกว่านั้นคือ พี่ตาลเป็นเพื่อนกับพี่ซี และพี่ซีเป็นน้องพี่วิ ซึ่งพี่วิทำงานที่หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ไม่มีแพลนอะไรนอกไปจากนั้น ผมกับพี่ตาลนั่งรถเมล์สาย 515 จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตรงโรงพยาลบาลราชวิถี ไปยังกรมช่างสิบหมู่ พุทธมณฑล 5
อาคารหอภาพยนตร์ดูใหญ่กว่าที่คิด 555 เพราะไบโอสโคปมักจะบรรยายถึงความเล็กและคับแคบของสถานที่แห่งนี้ จนทำให้ผมคิดว่ามันคงเล็กมากเสียจนเดินไม่ได้ แน่นอนว่าวันนี้หอภาพยนตร์ปิด ถึงกระนั้นผมก็ไม่เศร้านะ แค่ได้เห็นตัวอาคารจากภายนอก พร้อมหัวรถจักรและสถานีรถไฟศินีมา ผมก็มีความสุขมากมายแล้ว จินตนาการที่เฝ้าฝันถึงมานาน ปรากฏอยู่เบื้องหน้า มันพาให้อิ่มเอิบใจจนเกินจะบรรยาย
ความรักมักนำมาซึ่งปาฏิหาริย์ จู่ๆ พี่ซีก็แจ้งมาว่า เจ้าหน้าที่ประจำหอภาพยนตร์ จะมาพาผมและพี่ตาล เยี่ยมชมหอภาพยนตร์ แต่ขอเวลาเปิดแอร์สักครู่...

ตลอด 3 ชั่วโมง ในหอภาพยนตร์ มันทำให้ผมกลายเป็นเด็กชายตัวน้อยอีกครั้ง เด็กที่เคยวิ่งตามรถหนังกลางแปลง นอนดูหนังกางแปลงจนเช้า เด็กที่มักจะงอแงทุกครั้งที่แม่ห้ามไม่ให้ออกไปดูหนังตอนกลางคืน เด็กที่เคยปีนหน้าต่างหนีไปดูหนังกางแปลง วิ่งหลบฝนไปนอนใต้รถฉายหนังเวลาฝนตก หน้าหนาวเราจะก่อกองไฟหน้าจอหนัง และดูหนังไปอย่างอบอุ่น
ต้องขอบคุณเจ้าที่หน้าที่หอภาพยนตร์มากๆ ที่สละเวลาอันมีค่า พาครูบ้านนอกสองคนเดินทางย้อนอดีต ผมจำชื่อเจ้าหน้าที่ไม่ได้ แต่จำหน้าสวยๆ ของน้องเขาได้อย่างแจ่มชัด และจะหาเวลามาเยี่ยมเยียนที่นี่อีกในไม่ช้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น