วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

พ่อของผม

ผมกับพ่อมักจะมีเรื่องเถียงกันเป็นประจำ ซึ่งพ่อก็ดูพอใจทุกครั้ง ขณะที่แม่มักจะรำคาญพฤติกรรมเถียงคำไม่ตกฟากของผม พ่อบอกเสมอว่า การเถียงกันทำให้เกิดปัญญา ทุกครั้งที่มีปากเสียงกัน เราต่างจะหาเหตุผลมาถกเถียงกัน จนอีกฝ่ายล่าถอยไปในที่สุด ซึ่งมักจะเป็นผม เพราะบางครั้งเหตุผลของพ่อก็เกินจะรับไหว 555 แต่นั่นก็เป็นความสุขของเราพ่อลูก


ตั้งแต่เล็กจนโต พ่อจะเป็นคนที่คอยดูแลผมอยู่เรื่อยมา จนผมอายุ 31 ปีแล้ว พ่อก็ยังคอยดูแลไม่เปลี่ยนแปลง ยิ่งตั้งแต่ท่านเกษียณอายุราชการมาอยู่กับบ้าน ภาระในการดูแลก็ดูจะมากขึ้นเช่นกัน พ่อผมอายุ 66 ปีแล้ว แต่ยังทำงานบ้านหนักมาก แม้จะบอกไม่ให้ทำ ท่านก็ยังทำ งานที่พ่อดูแลเรา ก็มีทั้งซักผ้า กวาดขยะ ปลุกลูกตอนเช้า หาข้าวให้ทาน ฯลฯ

และหน้าที่ที่พ่อทำเสมอมา คือคอยไปรับไปส่งแม่กับลูก เท่าที่จำความได้ ตอนยังเล็ก ผมจะมีปัญหากับฟันน้ำนม เพราะมันไม่หลุดเอง ต้องไปให้หมอถอนฟันให้ พ่อต้องพานั่งมอเตอร์ไซต์คันเก่า ไปให้หาหมอที่ตัวอำเภอ และทุกซี่ที่ถอน พ่อจะซื้อของเล่นให้เป็นการปลอบใจ (กว่าฟันน้ำนมจะร่วงหมดปาก ผมก็มีของเล่นเต็มบ้านไปหมด)

จนกระทั่งไปเรียน ท่านก็พยายามจะไปส่ง แม้เราจะบอกว่าอายเพื่อน เพราะเราไปเองก็ได้ แต่พ่อก็อยากดูแลลูก เป็นอยู่อย่างนี้จนเรียนจบปริญญาโท ทุกครั้งที่ลงรถ ผมจะเห็นพ่อนั่งรอผมอยู่ที่ท่ารถเสมอมา อบอุ่นใจทุกครั้งที่เห็นท่าน

จนกระทั่งทุกวันนี้ ที่ผมทำการทำงานแล้ว พ่อก็ยังคงไปรับไปส่งขึ้นรถทุกครั้ง ทั้งที่จริงแล้ว มีเพื่อน มีรถรับจ้างมากมาย ที่สามารถเดินทางได้โดยไม่รบกวนท่าน แต่การที่พ่อไปรับไปส่งก็เป็นความสุขใจและอุ่นใจของผม

การละทิ้งชีวิตส่วนตัว ละทิ้งอิสระ ละทิ้งสังคมเพื่อนฝูง ละทิ้งงานและการศึกษา หลายคนอาจบอกว่าสิ่งที่ผมทำลงไปมันได้ไม่คุ้มเสีย แต่สำหรับผมแล้วนี่คือชีวิตและความสุขในแบบที่ต้องการ...


วันเกิดพ่อปีนี้ 6 สิงหาคม ผมก็ยังไม่รู้จะหาของขวัญที่ไหน ไปมอบให้ท่าน แต่การที่เราได้อยู่ด้วยกันทุกวัน มันก็มีคุณค่ามากกว่าของขวัญทั้งโลกแล้วหละครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น