วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ทำการลดน้ำหนักให้เป็นเรื่องสนุก

2 เดือนผ่านไป กับปฏิบัติการลดน้ำหนักของผม เริ่มต้นจาก 67.5 กิโลกรัม ตอนนี้ลดลงมาเหลือ 63.9 กิโลกรัมแล้ว จากการที่ค่อยๆ ตั้งเป้าหมายไปเรื่อยๆ ว่าจะลดลงทีละนิด หรืออย่างน้อยไม่ลดก็อย่าเพิ่ม ก็ถือว่าเป็นสถิติที่น่าพอใจสำหรับคนขี้เกียจออกกำลังกายอย่างผม


วิธีลดน้ำหนักของผม ก็คล้ายๆ กับคนอื่น คือ อย่างแรกเราต้องลดปริมาณอาหารที่รับประทานในแต่ละวันลง โดยจะพิจารณาทุกอย่างที่รับประทาน ลดแป้ง ลดไขมัน (ในที่นี้ ไม่มีการอดอาหารนะครับ เพราะเคยเจอโยโย่มาแล้ว) มากาแฟลดน้ำหนักเนเจอกิฟ และคอฟฟี่เบิร์น ดื่มหลังอาหารกลางวัน

ทุกเย็นจะออกกำลังกาย ให้ได้อย่างน้อย 15 นาที ผมเลือกที่จะวิ่ง แรกๆ การวิ่งจะยากมาก เพราะแค่ 5 นาที ก็หมดแรงแล้ว ก็จะอาศัยการเดินและวิ่งผสมกันไป เหนื่อยก็จะเดินเอา แต่อย่างน้อยก็ให้ได้ 15 นาที แต่เดี๋ยวนี้ จะสนุกกับการทรมานตัวเองมากๆ ทั้งวิ่ง กระโดดตบ ชกลม เต้นแอโรบิก ฯลฯ มีซิตอัพด้วย ลดพุง ซึ่งจะลดได้หรือไม่นั้นก็ไม่สำคัญเท่าไหร่หรอก เพราะพุงอยู่กับเรามานาน ชินซะละ แต่ถ้ามันหายไปก็จะดีมากๆ

ตอนนี้อยากมี "คาง" เพราะที่เป็นอยู่คือ ใบหน้าแล้วก็คอเลย ไม่มีคาง

ถ้าใครที่น้ำหนักเกินเกณฑ์ ก็อยากให้กำลังใจสู้ๆ การลดน้ำหนักเป็นเรื่องดีต่อสุขภาพของเราในอนาคต เงินทองมากมายแค่ไหน ก็ซื้อสุขภาพไม่ได้นะครับ ขนาดคนขี้เกียจอย่างผม ยังพยายามลดน้ำหนัก แล้วทำไมคุณๆ จะทำไม่ได้

ช่วงนี้ปิดเทอมไม่ต้องไปทำงาน และโทษฐานที่ตัวเองทำเป้า 63 กิโลกรัมไม่ได้ จึงไปตัดผมสกินเฮด เป็นการกดดันให้ตัวเองผอม 555


ตอนแรกไปตัดก็คิดว่า "เอาวะ อยากรู้มานานและ ถ้าเปลี่ยนทรงผม หน้าตาจะเป็นไง" พอช่างเริ่มไถสกินเฮดเบอร์ 4 หน้าก็เริ่มเสีย ยิ่งตอนเปิดหน้าผาก "หมดกันชีวิตกู" อารมณ์มันหนักกว่าเสียไพ่ ทำไมคนอื่นตัดแล้วหล่อ แต่ทำไมเราตัดแล้วไม่หล่อ 555 แต่ละวินาทีในร้านตัดผม ผ่านไปช้ามาก (น้ำตาคลอ)

ออกมาจากร้านด้วยความรู้สึกที่ผิดหวังมาก "ทำไมกูไม่หล่อขึ้นเลย" แล้วก็ไปเซเว่นปั้มน้ำมัน และห้างโลตัส ก็พบว่า ไม่มีคนสังเกตความผิดปกติของเราเลยนี่หว่า

สุดท้ายก็พบว่า ที่สุดแล้ว เราก็หายใจของเราเอง ไม่ได้ไปอาศัยคนอื่นหายใจ เพราะฉะนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องไปแคร์อะไรมากมาย มันก็แค่ทรงผม พอกลับถึงบ้าน เราก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ..

เด็กแถวบ้านมันเดินมามุงดู แล้วมันก็หัวเราะ ...

แม่ทักว่า ไปตัดทรงบ้าอะไรมา ...

หรือว่าเราคิดไปเอง... ก็เลยโพสรูปลงเฟซบุค เพื่อนในเฟซพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ไปตัดทำไม ...

ให้กำลังใจตัวเองต่อไป 555 มันไม่ได้เลวร้ายซะหน่อย (แล้วอีกนานแค่ไหนกว่ามันจะยาวเหมือนเดิม ฮือๆ เศร้าสลดมาก)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น