วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

รีวิว คอนเสิร์ต มันใหญ่มาก 5 Big Mountain Music Festival 2013 ตอนที่ 1/2


ตั้งแต่เล็กจนโต ก็เคยไปแต่งานบุญเบิกฟ้า งานทุ่งศรีเมือง และงานกาชาด ที่จะมีคอนเสิร์ตหลายวง เล่นติดต่อกันหลายวัน มีร้านค้า ของกิน เครื่องเล่น และวัยรุ่นตีกัน

มาถึงเมื่อปี 2553 ก็มีคอนเสิร์ต Big Mountaint Music Festival จัดขึ้นที่โบนันซ่า เขาใหญ่ แต่จนแล้วจนรอด เค้าจัดกันมา 4 ปี ไม่ได้ไปสักปี ฟังจากเพื่อนๆ ที่ไปมา บ้างก็บอกว่าสนุก บ้างก็บอกว่ามันไม่เหมาะกับวัย สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น ของแบบนี้มันต้องลอง


ผมเริ่มจากการเช็คโปรโมชั่น ซึ่งมันมีหลายโปรมากๆ สุดท้ายเลือกใช้โปรสลาก pepsi 10 ใบ ลดจาก 1,900 เหลือ 1,500 บาท เนื่องจากวันที่ไปจองก็ไม่ได้คุ้ยขยะ เลยไปยกลัง pepsi ในโลตัสมา 2 โหล แกะสลากไปลด (บวกลบแล้วก็ยังคุ้มนะ)

ผมไปจองกับไทยทิกเก็ตเมเจอร์ ถ้าเอาเต้นท์ไปเอง ราคา 450 บาท แน่นอนว่าโซนนี้เต็มแล้ว เหลือ โซนกางเต้นท์ภายในงาน 1,200 บาท กับโซนกางเต้นท์นอกงาน 900 บาท (มีเต้นท์ให้) ผมเลือกโซนภายในงาน คิดว่าแพงกว่านิดหน่อย แต่ไม่ต้องเดินเข้า เดินออก น่าจะสะดวกดี แต่กลายเป็นว่าเต็มอีกเช่นกัน สรุปได้โซนกางเต้นท์นอกงาน 900 บาท


ยังไม่ทันที่จะถึงวันคอนเสิร์ต ประเด็นดราม่าก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อจู่ๆ สทศ ก็ประกาศเลื่อนสอบ GATPAT ทำให้ในคืนวันที่ 4 ธ.ค. 56 วัยรุ่นทั้งหลายต่างวิ่งวุ่นหาบัตรคอนเสิร์ตกันจ้าละหวั่น หลังจากนั้นไม่นานบัตรคอนเสิร์ตกว่าหกหมื่นก็ขายหมดเกลี้ยง ส่งผลให้ทวิตเตอร์เต็มไปด้วยเสียงบ่นของคนที่พลาดโอกาส

บ่ายวันที่ 6 ธันวาคม 2556 ผมเก็บข้าวของขึ้นรถแล้วออกเดินทางไปเขาใหญ่ เพื่อนๆ ที่เคยไปบอกว่า ต้องเตรียมผ้าห่ม เสื้อกันหนาว รองเท้าผ้าใบ รองเท้าแตะ ฯลฯ และอย่าลืมเอาร่มไปด้วยเผื่อฝนตก (เอาเถอะจะให้ย้ายบ้านก็ยอม)

ในกำหนดการบอกว่า จะมีพรีปาร์ตี้ paradox ให้ดูตอนเย็นวันนี้ แต่เนื่องจากขับรถไกล เลยแวะพักที่โคราช หาของกิน ไปเยี่ยมญาติ อะไรต่อมิอะไรเสร็จสรรพ จากนั้นจึงเดินทางต่อ กังวลเหมือนกันว่าจะหลงทาง เลยโหลดแอพของคอนเสิร์ตมาใช้ขำขำ


เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ได้ดูหรอกครับ  ป้ายบอกทางบิ๊กเบิ้มขนาดนั้น แถมมีรถตำรวจคอยอำนวยความสะดวก ผมไปถึงราวๆ 5 ทุ่ม ถนนโล่งมาก มีพนักงานโบกรถ พนักงานต้อนรับ ตลอดทั้งคืน รู้สึกตื่นเต้นมากๆ ลานจอดรถอาจจะโหดไปหน่อยสำหรับรถเก๋ง โชคดีผมขับรถปิคอัพ เลยไม่เป็นปัญหา คนค่อนข้างบางตา คาดว่าบางส่วนคงนอนแล้ว และอีกส่วนใหญ่น่าจะมาวันพรุ่งนี้


ผมเอาบัตรไปแลก ริสแบนด์ สำหรับเข้างาน สูจิบัตรและบัตรผ่านสำหรับโซนกางเต้นท์ ต้องบอกเลยว่าโซนกางเต้นท์มันใหญ่มาก กว้างมาก มีเจ้าหน้าที่คอยตรวจบัตรผ่าน ถ้าเต้นท์ของคุณอยู่ใกล้ประตูทางเข้า แปลว่าห้องน้ำก็จะอยู่ไกลสุดโลก 555


ประตูคอนเสิร์ตจะเปิดตอนเที่ยงของวันพรุ่งนี้ ผมเลยมีโอกาสได้ถ่ายรูปแค่ตรงประตูทางเข้า บรรยากาศดีมากๆ เลยครับ คนดูจับกลุ่มกันเล่นกีตาร์ ร้องเพลง สนุกสนาน มีเครื่องดื่มของสปอนเซอร์จำหน่ายด้วย แน่นอนว่าในงานจะได้กินแค่ Pepsi Spy และ Chang เท่านั้นแหละ



เช้าวันที่ 7 ธ.ค. 2556 ได้เวลาไปดูคอนเสิร์ตกันแล้ว คนดูเริ่มทะยอยกันมาเข้าพักในโซนกางเต้นท์ บางส่วนเริ่มทะยอยไปอาบน้ำ ซึ่งขอบอกว่าห้องน้ำคิวยาวมากถึงมากที่สุด คุณควรจะพกร่มไปด้วยระหว่างรอ เพราะแดดร้อนไม่เบา ห้องน้ำชายอาจจะต้องรอคิว 15 - 30 นาที เป็นอย่างน้อย แต่ห้องน้ำหญิงคุณอาจจะต้องรอ 1 ชั่วโมงขึ้นไป เพราะเขาจะไม่ยอมออกจากห้องน้ำ จนกว่าจะลงรองพื้น ติดขนตา กรีดอายไลน์เนอร์ ปัดแก้ม แต่งหน้าทำผมเรียบร้อย 555 คิดซะว่ามานั่งอาบแดด แล้วจะไม่เครียด

 

เมื่อแต่งหล่อพร้อมแล้ว เราก็ไปรอให้ประตูเปิดกันดีกว่า ใจจริงอยากจะนอนรอให้เต้นท์สบายๆ แต่อากาศมันร้อนเกินจะอยู่ในนั้น ออกไปเดินเล่นดูสาวๆ น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แม้คอนเสิร์ตนี้จะมีคนทุกเพศทุกวัย แต่ส่วนใหญ่มันก็มีแต่วัยรุ่น วัยรุ่น และวัยรุ่นครับ


ระหว่างรอก็หาของกิน ดูการแสดงที่เค้าจัดมาให้ดู ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง แกเป็นผู้จัดการรีสอร์ทใกล้ๆ โบนันซ่า แกมาหาบัตรเข้างาน ซึ่งมันหมดไปตั้งแต่หลายวันก่อน พี่แกเล่าว่า ผู้จัดงานเค้าแจกบัตรฟรีให้ตำรวจและเจ้าหน้าที่ในท้องที่ด้วยนะ แต่ปีนี้แกไม่ได้ เลยจะมาซื้อที่หน้างาน ปรากฎว่าบัตรหมด พี่แกว่ามีบัตรผีใบละ 2,500 บาท ก็ยังมีคนซื้อนะครับ คาดว่ายิ่งใกล้งานเริ่ม ราคาบัตรผีก็จะยิ่งแพงขึ้น จนทางผู้จัดงานประกาศให้ระวังบัตรปลอม


ตรงนี้คือห้องน้ำหน้างาน ก็คิดว่าผู้จัดงานเค้าคงจะอำนวยความสะดวกให้คนดูพอสมควร ถัดออกไปไกลๆ เป็นที่โล่งใกล้ลานจอดรถ มีคนเอาเต้นท์มากางฟรี ไม่ต้องจ่ายตังค์ ผมเองก็นึกในใจว่า ปีหน้าไม่ต้องจ่าย 900 มากางตรงนี้ก็ได้ แต่สุดท้ายการ์ดก็ไปไล่ สรุปคือไม่ให้กาง


ก่อนจะมาผมเคยสงสัยว่า ตกลงแล้ว โซนกางเต้นท์ข้างนอก กับที่จัดงานคอนเสิร์ต มันอยู่ไกลกันมากไหม พอมาเดินจริงๆ มันก็ไม่ไกลนะครับ ประมาณกิโลนึง เดินชมสนามกอล์ฟไปเรื่อยๆ ยังไม่ทันได้เหงื่อ ก็มาถึงสถานที่จัดงาน ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว โบนันซ่า มันคือสนามแข่งดีๆ นี่เอง สรุปว่า "เขาจัดคอนเสิร์ต ในสนามแข่งรถ"


อากาศตอนกลางวันนี่ค่อนข้างร้อนมากครับ กว่าคอนเสิร์ตจะเริ่มก็ประมาณบ่ายสามโมง ทำให้คนดูหลายคนต้องหาที่หลบร้อน ตามร่มไม้ ร้านค้า และโซนพักผ่อนต่างๆ ที่ผู้จัดงานเตรียมเอาไว้


ผมเลือกโซนร้านค้าตลาดสามย่านเป็นที่พักครับ ที่นี่มีของกินเยอะ มีที่ชาร์ตแบตฟรีด้วยนะครับ และไม่ลืมที่จะซื้อ Pepsi รีฟิลมาห้อยคอตามอย่างใครๆ


จากนั้นผมกับเพื่อนก็เริ่มออกสำรวจเส้นทาง เดินดูนู่นนั่นนี่ตามที่เขาโฆษณาเอาไว้ ผมได้เสื้อที่ระลึกมาตัวนึง สีดำ 350 บาท แต่ไม่ค่อยโดนใจเท่าไหร่ เพราะสีมันดูเก่าๆ (ให้ 3/5 ดาว) จากนั้นไปดูบ้านผีสิงพี่มากพระโขนง 40 บาท ข้างในร้อนมาก มีมุมให้ถ่ายรูป สร้างสรรค์ดีแต่ไม่ค่อยมีอะไร (ให้ 2/5 ดาว) ข้างนอกมีบูทขายของ GTH แต่สงสัยอากาศจะร้อน แม่ค้าเลยดูเซ็งๆ ผมก็เลยบอกผ่าน มันคงเหมาะกับวัยรุ่นที่ชอบดูซีรีส์ฮอร์โมนมากกว่าผม


เดินอยู่นาน ก็ไม่มีทีว่าว่าคอนเสิร์ตจะเริ่มสักที ผมกับเพื่อนเลยของีบเอาแรงไว้สนุกกับคอนเสิร์ตที่จะเริ่มในคืนนี้ดีกว่า ลองเช็คทวิตเตอร์ก็พบว่า ถนนทางเข้าคอนเสิร์ตที่ผมมาเมื่อคืน ตอนนี้รถติดหนักมาก ถนนสองเล่น วิ่งกัน 6 เลน เลยทีเดียว หลายคนติดอยู่บนถนนมากว่า 3 ชั่วโมงแล้ว รู้สึกโชคดีที่เข้างานได้ก่อน


วงแรกที่ผมได้ดูคือ No more tear ตรงเวทีห่าน NMT เป็นวงที่ผมชอบอยู่แล้ว เคยไปดูวงนี้ครั้งแรกตอนที่เค้ามาเล่นในผับใกล้ๆ บ้าน ประทับใจมาก แต่วงโปรดที่ผมรอดู คือ Cocktail และที่เซอร์ไพรซ์สุดๆ ก็คือ วันนี้พวกเค้าเล่นเพลง "งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง" เพลงโปรดของผมเสียด้วย แม้จะรู้ตัวว่าแก่สุดในเวทีนั้น แต่ถึงตอนนี้ก็ไม่อายแล้วหละครับ

.
เสร็จจากเวทีห่าน ผมก็รีบวิ่งไปที่เวทีชิงช้าสวรรค์ทันที จากลานโล่งๆ ตอนนี้คนมาจากไหนไม่รู้เต็มไปหมด เต็มไปหมดจริงๆ ทุกพื้นที่ถูกจับจองไปจนหมด มันมากมายอย่างเหลือเชื่อ ว่ากันว่านี่ยังไม่ถึงครึ่งของคนที่มาดู



ผมมาทันโชว์สุดท้ายของ Crescendo แล้วต่อด้วย P.O.P บรรยากาศใกล้ค่ำเหมาะกับเพลงเพราะๆ ของพวกเขาจริงๆ แล้วนักร้องในดวงใจของคนอายุสามสิบต้นๆ ก็มาถึง เธอคือ Tata Young ฮ่าๆ บอกตรงๆ ว่าแทบไม่มีคนร้องเพลงเก่าๆ ของทาทาได้เลย ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนมันคือเพลงที่ทำให้สนาม ท.บ. แทบพังมาแล้วทั้งสิ้น ทาทา เล่นได้สนุกสมวัยนั่นแหละ รู้สึกเหมือนได้กลับไปยืนอยู่ในคอนเสิร์ต Teenage Festival อีกครั้ง (งง กันใช่ไหมหละ)


ใจจริงผมยังอยากอยู่เวทีนี้ต่อ เพราะยังเหลือ Slot Machine Boy Peacemaker และ Big ass แต่... มันไม่ไหวแล้วจริงๆ คนเยอะมากที่สุดในสามโลก ผมรู้ตัวทันทีว่าแก่เกินจะอยู่ตรงนี้อีกแล้ว โดยเฉพาะตรงหน้าเวทีมันเบียดกันจนรู้สึกเหมือนถูกรุมโทรมจากรอบทิศทาง ผมเลยต้องรีบหอบสังขารไปหาอะไรกินประทังชีวิต แล้วไปหาเวทีที่เหมาะกับวัยจะดีกว่า



แล้วผมก็มาพบกับเวทีวัว ตอนนั้นเอ๊ะ จิรากร กำลังร้องเพลงของพอส ได้อย่างไพเราะ เพลงเก่าๆ ของพอส ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง ตามด้วย 2 Day Ago Kids วงที่ทำให้รู้สึกว่ามันใช่มากๆ เลยสำหรับวัยอย่างเรา  ฟังเพลงเพราะๆ ดื่มเบียร์ไปด้วย โห บรรยากาศดีโคตรๆ แต่แล้วพอวงนี้จบลง คลื่นคนมาจากไหนก็ไม่รู้ บุกเข้ามาเยือนเวทีวัวโดยไม่ทันต้ังตัว ผมรีบเปิดตารางโชว์ขึ้นมาดู พบว่า Paradox กำลังจะมา...


โชว์ของ Paradox สร้างสรรค์มาก สนุกมาก พวกเขาดูไม่แก่ขึ้นเลย ยังเหมือนเดิม เหมือนเมื่อตอนที่ผมรู้จักพวกเขาใหม่ๆ ไม่แปลกใจที่พวกเขากลายเป็นขวัญใจของชาว Big Mountain


พอโชว์ของ Paradox จบลง แฟนของพวกเขาก็กลับออกไป คาดว่าน่าจะไปตามเชียร์เพราะ Paradox คือ วงเดียวที่ได้ขึ้นแสดงครบทุกเวที เมื่อความสงบกลับมาเยือน เวทีวัวก็ได้ต้อนรับ Lula นักร้องเสียงใส ฟังแล้วเคลิ้มมาก ผมไม่เคยดูเธอแสดงสดมาก่อนครับ รู้สึกประทับใจมากทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว ตามด้วย Ben Chalatit ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เสียงเพราะมาก และชอบมากตอนที่ Ben ร้องเพลงสุดใจ


แล้วก็มาถึงคิวของนักร้องสาวที่ฮอตที่สุดในปีนี้ เธอคือ หญิงลี ศรีจุมพล นั่นเอง ความเซ็กซี่ของหญิงลี และแดนเซอร์ ทำให้ผมกับเพื่อน มุดกันเข้าไปถึงหน้าเวทีเลยทีเดียว สนุกมากๆ โดยเฉพาะตอนที่เธอร้องเพลง ขอใจแลกเบอร์โทร เต้นมันมาก และที่ฟินที่สุด ก็เห็นจะเป็นตอนที่หญิงลี ร้องหมอลำซิ่ง บนเวทีวัว มันก็ไม่เข้ากันเท่าไหร่หรอก แต่ฟินไปสามโลก ตอนนั้นรู้สึกว่า คุ้มแล้วหละ สำหรับ Big Mountain


จบจากหญิงลี เพื่อนผมเค้าขอไปเวทีชิงช้าสวรรค์ เพราะเขาอยากดู Da Endorphine ผมก็เลยจำใจลาจาก New Jiw ติ๊นา และป้าใหม่ ไปอย่างน่าเสียดาย เราไปทันช่วงพักของเวทีชิงช้าสวรรค์พอดี เลยสามารถเบียดไปยืนหน้าเวทีได้ รอบตัวมีแต่วัยรุ่นอีกตามเคย ความมืดทำให้รู้สึกกลมกลืนไปได้ไม่ยาก ผมได้ดูโชว์ของ Stamp สนุกมากๆ ครับ สาวๆ กรี๊ดทุกอย่างที่ Stamp พูด เขาคือบร๊ะเจ้าคนต่อไป



จากนั้น Da Endorphine ก็มาในชุดอินเดียนแดง สวยมากๆ โชว์ของ Da กินเวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง แต่เธอจัดเต็มตลอด ได้ใจที่สุดเลยครับ ที่สำคัญงานนี้ร้องเฉพาะเพลงฮิต (อันที่จริงเพลงของ Da มันก็ฮิตทุกเพลงนั่นแหละ)



เราจบวันแรกด้วยภาพดาว ที่ดาขอให้ทุกคนช่วยกันเปิดไฟฉายในมือถือ บอกไม่ถูกนะครับ ของจริงมันสวยกว่าที่ผมถ่ายมาหลายร้อยเท่า...

จริงๆ คอนเสิร์ตคืนนั้นยังไม่จบครับ ยังเหลือเป้ อารักษ์ ป้าง นครินทร์ ฯลฯ แต่ก็อย่างว่า คนอายุสามสิบต้นๆ อย่างผม มันก็มีลิมิต ขืนไปยืนเบียดกับเด็กๆ ต่อไป พรุ่งนี้อาจไม่ได้ดูวงที่เหลือ

ติดตามอ่านตอนจบของรีวิวได้ที่นี่นะครับ
http://teemtarolive.blogspot.com/2014/02/5-big-mountain-music-festival-2013-22.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น